วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ประวัติสโมสร

ประวัติสโมสร

จอห์น โฮลดิง นักธุรกิจชาวเมืองลิเวอร์พูลได้เช่าพื้นที่บริเวณ แอนฟีลด์ โรด เพื่อใช้สร้างสนามฟุตบอล และเมื่อสร้างเสร็จได้ให้เอฟเวอร์ตัน เช่าเป็นสนามแข่ง และเมื่อทีมเอฟเวอร์ตันได้เข้าสู่สมาชิกฟุตบอลลีก จอห์น โฮลดิง พยายามจะเข้าไปบริหารงานในทีมเอฟเวอร์ตันและได้เพิ่มค่าเช่าสนามที่ทีมได้ เช่าอยู่ ฝ่ายกลุ่มบริหารของเอฟเวอร์ตันจึงยกเลิกสัญญาเช่าสนาม และทีมเอฟเวอร์ตันได้ย้ายสนามไปอีกฝากของสวนสาธารณะ สแตนลีย์พาร์ค เพื่อไปสร้างสนามเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อสนามว่า กูดิสันพาร์ค ดังนั้น จอห์น โฮลดิง จึงต้องการสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมา และ จอห์น โฮลดิง จึงไปชวนเพื่อนสนิทของเขาชื่อ จอห์น แมคเคนน่า มาทำหน้าที่ประธานสโมสรและได้ตั้งชื่อทีมฟุตบอลนี้ว่า Liverpool Football Club
                                                  
หลังจากที่สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งได้ไม่นาน ได้จัดการแข่งขัดนัดอุ่นเครื่อง ซึ่งเป็นการลงสนามนัดแรกของทีมลิเวอร์พูลกับทีมร็อตเตอร์แฮม ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมลิเวอร์พูลชนะไปด้วยผลการแข่งขัน 7-1 และลิเวอร์พูล ได้ลงแข่งขันฟุตบอลลีกของแคว้น แลงคาเชียร์ ปรากฏว่าลิเวอร์พูลลงแข่งทั้งหมด 22 นัด ชนะ 17 นัด และได้แชมป์ไปครอง ส่งผลให้ทางสโมสรสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกซึ่งได้รับการยอม รับและถูกคัดเลือกให้ลงเล่นในดีวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1893-1894 สโมสรจึงได้เลือกสัญลักษณ์ของทีมเป็น นกลิเวอร์เบิร์ด (Liverbird) ซึ่งเป็นนกแถบทะเลไอริช บริเวณแม่น้ำเมอร์ซีย์ โดยที่ปากนกคาบใบไม้ไว้ ทีมลิเวอร์พูลได้ลงทำการแข่งขันอย่างเป็นทางในฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 2 ในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1893 โดยทีมลิเวอร์พูลออกไปเยือนทีมมิดเดิลสโบรซ์ ไอโรโนโปลิส และทีมลิเวอร์พูลสามารถได้แชมป์มาครองโดยที่ไม่แพ้ทีมใดเลยตลอดทั้งฤดูกาล (ทั้งหมด 28 นัด) แต่การคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 ในตอนนั้นยังไม่ได้เลื่อนชั้นโดยทันที ต้องไปแข่งนัดชิงดำกับทีมอันดับสองก่อน โดยทีมอันดับสองในขณะนั้นคือ ทีมนิวตัน ฮีธ (ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน) และลงแข่งขันที่สนามของทีมแบล็คเบิร์น ซึ่งทีมลิเวอร์พูลเอาชนะทีมนิวตัน ฮีธไปด้วยผล 2-0 และได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ในที่สุด สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2435 และก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรแนวหน้าของอังกฤษอย่างรวดเร็วจนประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ลีกสูงสุดชองประเทศครั้งแรกในปี พ.ศ. 2444 (ฤดูกาล 1900/01) และครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2449 (ฤดูกาล 1905/06) ครั้งที่ 3 และ 4 เป็นแชมป์สองฤดูกาลติดใน พ.ศ. 2465 กับ พ.ศ. 2466 (ฤดูกาล 1921/22 กับ 1922/23) แชมป์ลีกสูงสุดครั้งที่ 5 คือปี พ.ศ. 2490 (ฤดูกาล 1946/47) อย่างไรก็ตามลิเวอร์พูลพบกับช่วงตกต่ำต้องไปเล่นในในดิวิชัน 2 ใน พ.ศ. 2497 (ฤดูกาล 1953/54) ภายหลังจึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสโมสรในปี พ.ศ. 2502 สโมสรได้แต่งตั้ง บิลล์ แชงก์คลี เป็นผู้จัดการทีม เขาได้เปลี่ยนแปลงทีมไปอย่างมาก จนประสบความสำเร็จได้เลื่อนชั้นในปี พ.ศ. 2505 (ฤดูกาล 1961/62) และได้แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศอีกครั้งใน พ.ศ. 2507 (ฤดูกาล 1963/64) หลังจากรอคอยมานานถึง 17 ปี บิล แชงก์ลี คว้าแชมป์เอฟเอคัพเป็นถ้วยแรกของสโมสรลิเวอร์พูลในปี พ.ศ. 2508 (ฤดูกาล 1964/65) และคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 อีกครั้งในฤดูกาลต่อมา พ.ศ. 2509 (ฤดูกาล 1965/66) ความสำเร็จของแชงก์ลียังเดินหน้าต่อไป เมื่อลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพ พร้อมแชมป์ดิวิชั่น 1 ใน พ.ศ. 2516 (ฤดูกาล 1972/73) และเอฟเอคัพ อีกครั้งใน พ.ศ. 2517 (ฤดูกาล 1973/74) หลังจากนั้น บิลล์ แชงก์คลี ขอวางมือจากสโมสร โดยให้ผู้ช่วยของเขาสืบทอดตำแหน่ง ผู้จัดการทีมแทน นั่นคือ บ็อบ เพสส์ลี
สโมสรต้องประสบกับความซบเซาในช่วงหนึ่งหลังจากได้แชมป์ลีกสูงสุดในปี พ.ศ. 2533 คือได้เพียงเอฟเอคัพ 1 ใบ ปี พ.ศ. 2535 กับลีกคัพ 1 ใบในปี พ.ศ. 2538 แต่ก็ฟื้นฟูขึ้นมาได้เมื่อพวกเขาสามารถคว้าแชมป์บอลถ้วยทั้งในระดับประเทศและระดับทวีปถึง 3 แชมป์ (คาร์ลิ่ง ลีกคัพ, เอฟเอคัพ รวมทั้งยูฟ่าคัพ) ได้ในปี พ.ศ. 2544 (ฤดูกาล 2000/01) ในปี 2544 นี้ลิเวอร์พูลยังคว้าถ้วยยูฟ่าซูเปอร์คัพ ที่เอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในปีนั้น รวมทั้งเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด คู่ปรับตัวฉกาจในถ้วยชาริตีชีลด์ ก่อนเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกเป็นปีที่หอมหวานปีหนึ่งของกองเชียร์ลิเวอร์พูล นักเตะสำคัญยุคนั้นได้แก่ ไมเคิล โอเวน, เอมิล เฮสกี, สตีเวน เจอร์ราร์ด, ซามี ฮูเปีย และ ยอร์น อาร์เน รีเซ เป็นต้น ทีมชุดนี้ผู้จัดการทีมคือ เฌราร์ อูลีเย ชาวฝรั่งเศส ผลงานเป็นชิ้นเป็นอันส่งท้ายของอูลีเยคือ การนำทีมลิเวอร์พูลชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 ในนัดชิงฟุตบอลลีกคัพ พ.ศ. 2546 (ฤดูกาล 2002/03) และแชมป์ที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งของลิเวอร์พูลคือปี 2548 ชนะในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งที่ 5 ของสโมสร ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ตื่นตาตื่นใจครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์บอลยุโรป เมื่อลิเวอร์พูลไล่ตีเสมอทีม เอซี มิลาน เป็น 3-3 ทั้งที่โดนยิงนำไปก่อนถึง 3-0 และในที่สุดคว้าแชมป์มาได้จากการยิงจุดโทษชนะ 3-2 เป็นทีมจากอังกฤษที่ครองถ้วยยูโรเปียนคัพ (ปัจจุบันคือ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก) มากครั้งที่สุดถึง 5 สมัย ผู้เล่นที่สำคัญในยุคนั้น อาทิ สตีเวน เจอร์ราร์ด, ชาบี อาลอนโซ, ดีทมา ฮามันน์, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์, เจอร์ซี ดูเด็ค และ เจมี คาร์ราเกอร์ คุมทัพโดย ผู้จัดการทีมสัญชาติสเปน ราฟาเอล เบนิเตซ ในฤดูกาลต่อมา พ.ศ. 2549 (ฤดูกาล 2005/06) ลิเวอร์พูลของเบนิเตซทำให้แฟนบอลต้องลุ้นอีกครั้ง ในนัดชิงเอฟเอคัพ เมื่อต้องอาศัยลูกยิงมหัศจรรย์ของ สตีเวน เจอร์ราร์ด ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บตีเสมอทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด คู่ชิงแชมป์ในปีนั้นทำให้เสมอกันที่ 3-3 ต้องตัดสินแชมป์ด้วยการยิงจุดโทษอีก ครั้ง และลิเวอร์พูลก็สามารถชนะไปได้ 3-1 เป็นแชมป์สำคัญรายการล่าสุดที่ลิเวอร์พูลทำได้ แต่รายการที่แฟนบอลต้องการมากที่สุดคือแชมป์ลีกของประเทศ หรือพรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน ซึ่งปีล่าสุดที่ลิเวอร์พูลคว้ามาได้คือ พ.ศ. 2533 (ฤดูกาล 1989/90) จากการคุมทีมของ เคนนี ดัลกลิช ซึ่งต่อมาภายหลังดัลกลิชสามารถนำ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้ในปี พ.ศ. 2538 (ฤดูกาล 1994/95)
ในฤดูกาล 2009-10 ลิเวอร์พูลจบที่อันดับที่ 7 ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งทำให้ไม่ได้ไปแข่งขันในรายการ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ทำให้ ราฟาเอล เบนิเตซ ต้องลาออกจากตำแหน่งด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย[3] และแทนที่โดย รอย ฮอดจ์สัน อดีตผู้จัดการทีม สโมสรฟูแลม[4] ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2010–11 สโมสรลิเวอร์พูลนั้นเสี่ยงต่อการล้มละลาย เนื่องจากแบกรับหนี้สินเป็นจำนวนมากจากการทำงานของ จอร์จ ยิลเลตต์ และ ทอม ฮิกส์ ทำให้ต้องขายสโมสร ต่อมา จอห์น ดับเบิลยู เฮนรี เจ้าของทีม บอสตัน เรด ซ็อกซ์และนิว อิงแลนด์ สปอร์ตส์ เวนเจอร์ส ได้ซื้อสโมสรลิเวอร์พูล เมื่อตุลาคม 2010[5] ผลการแข่งขันที่ย่ำแย่ในช่วงต้นฤดูกาล ทำให้ฮอดจ์สันลาออกจากตำแหน่ง โดยมี เคนนี ดัลกลิช กลับมาคุมทีมอีกครั้ง[6]โดยในฤดูกาล 2011-12 สามารถคว้าแชมป์ในรายการ คาร์ลิงคัพ ได้สำเร็จเป็นสมัยที่แปดจากการยิงจุดโทษตัดสินชนะ คาร์ดิฟฟ์ซีตี ผลประตูรวม 3-2[7] ในฤดูกาล 2011-12 ลิเวอร์พูลจบที่อันดับที่ 8 ซึ่งเป็นการจบอันดับที่แย่ที่สุดในรอบ 18 ปี[8] ทางสโมสรก็ได้ปลดดัลกลิชออกจากตำแหน่ง[9][10] เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ทางสโมสรได้ประกาศแต่งตั้ง เบรนดัน ร็อดเจอส์ อดีตผู้จัดการทีมสโมสรสวอนซีซิตี เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่[11]

ประวัติลิเวอร์พลู

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล (อังกฤษ: Liverpool Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูล มณฑลเมอร์ซีไซด์ ลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอังกฤษครองแชมป์ดิวิ ชัน 1 ถึง 18 ครั้ง ครองแชมป์ยูโรเปียนคัพ 5 ครั้ง ยูฟ่าคัพ 3 ครั้ง ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 3 ครั้ง และฟุตบอลลีกคัพซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศอังกฤษ อีก 8 ครั้ง
ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892) และได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกในปีต่อมา ลิเวอร์พูลใช้สนามแอนฟิลด์ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือช่วงทศวรรษ 1970 - 1980 เมื่อบิลล์ แชงคลีและบ็อบ เพลสลี่ย์นำทีมเข้าร่วมแข่งขันใน 7 ลีกส์และคว้าถ้วยรางวัลยูโรเปียน 7 ใบ
ผู้สนับสนุนของสโมสรได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมที่สำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกที่โศกนาฏกรรมเฮย์เซลเมื่อ ปี ค.ศ. 1985 แฟนฟุตบอลทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันส่งผลให้อัฒจันทร์พังลงมา มีผู้เสียชีวิต 39 คน เป็นชาวอิตาลีแฟนบอลยูเวนตุส 32 คน, เบลเยียม 4 คน, ฝรั่งเศส 2 คน, และไอร์แลนด์ 1 คน และส่งผลให้ลิเวอร์พูลถูกสโมสรฟุตบอลยุโรปแบนเป็นเวลา 6 ปี ต่อมาในปี ค.ศ. 1989 เกิดภัยพิบัติฮิลส์โบโร แฟนบอลของลิเวอร์พูล 96 คนเสียชีวิตเนื่องจากมีคนแออัดเข้ามาชมเกมมากเกินความจุจึงทำให้อัฒจันทร์ยืนได้พังลงมา
ลิเวอร์พูลมีการแข่งขันที่ยาวนานกับสโมสรเพื่อนบ้านอย่าง เอฟเวอร์ตันและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูลเปลี่ยนจากเสื้อสีแดงและกางเกงขาสั้นสีขาวเป็นสีแดงเต็มตัวเมื่อ เล่นเป็นทีมเหย้าในปี ค.ศ. 1964 มีฉายาในภาษาไทยว่า "หงส์แดง" พร้อมด้วยคำขวัญ "You'll Never Walk Alone"




รายชื่อผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

ผู้จัดการทีม

รายชื่อผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล
ชื่อ สัญชาติ ตั้งแต่ ถึง















วิลเลียม บาร์คเลย์
จอนห์ แม็คเคนนา
ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ
ไอร์แลนด์ ไอร์แลนด์
15 กุมภาพันธ์ 1892 16 สิงหาคม 1896













ทอม วัตสัน ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ 17 สิงหาคม 1896 6 พฤษภาคม 1915













เดวิด แอชเวิร์ธ ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ 18 ธันวาคม 1919 12 กุมภาพันธ์ 1923













แม็ต แม็คควีน ธงชาติของสกอตแลนด์ สกอตแลนด์ 13 กุมภาพันธ์ 1923 15 กุมภาพันธ์ 1928













จอร์จ แพ็ตเธอร์สัน ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ 7 มีนาคม 1928 6 สิงหาคม 1936













จอร์จ เคย์ ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ 6 สิงหาคม 1936 มกราคม 1951













ดอน เวลช์ ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ 23 มีนาคม 1951 4 พฤษภาคม 1956













ฟิล เทเลอร์ ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ พฤษภาคม 1956 17 พฤศจิกายน 1959













บิลล์ แชงคลี ธงชาติของสกอตแลนด์ สกอตแลนด์ 1 ธันวาคม 1959 12 กรกฎาคม 1974













บ๊อบ เพสลีย์ ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ 26 สิงหาคม 1974 1 กรกฎาคม 1983













โจ เฟแกน ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ 1 กรกฎาคม 1983 28 พฤษภาคม 1985













เคนนี ดัลกลิช ธงชาติของสกอตแลนด์ สกอตแลนด์ 30 พฤษภาคม 1985 21 กุมภาพันธ์ 1991













รอนนี โมแรน* ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ 22 กุมภาพันธ์ 1991 15 เมษายน 1991













แกรม ซูเนสส์ ธงชาติของสกอตแลนด์ สกอตแลนด์ 16 เมษายน 1991 28 มกราคม 1994













รอย อีแวนส์ ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ 31 มกราคม 1994 12 พฤศจิกายน 1998













รอย อีแวนส์
เฌราร์ อูลีเย
ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ
ธงของประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
16 กรกฎาคม 1998 12 พฤศจิกายน 1998













เฌราร์ อูลีเย ธงของประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส 16 กรกฎาคม 1998 24 พฤษภาคม 2004













ราฟาเอล เบนิเตซ ธงของประเทศสเปน สเปน 16 มิถุนายน 2004 3 มิถุนายน 2010













รอย ฮอดจ์สัน ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ 1 กรกฎาคม 2010 8 มกราคม 2011













เคนนี ดัลกลิช ธงชาติของสกอตแลนด์ สกอตแลนด์ 8 มกราคม 2011 16 พฤษภาคม 2012













เบรนแดน ร็อดเจอร์ ธงชาติของไอร์แลนด์เหนือ ไอร์แลนด์เหนือ 1 มิถุนายน 2012 ปัจจุบัน













รายชื่อนักเตะ

เบอร์ รายชื่อนักเตะ ตำแหน่ง สัญชาติ วันเกิด Player Liverpool Note
1 แบรด โจนส์ ผู้รักษาประตู ออสเตรเลีย 19/3/1982 Bradley Jones
2 เกล็น จอห์นสัน กองหลัง อังกฤษ 23/8/1984 Glen Johnson
3 โฆเซ่ เอ็นริเก้ กองหลัง สเปน 23/1/1986 José Enrique
4 โคโล ตูเร่ กองหลัง ไอวอรีโคสต์ 19/3/1981 Kolo Toure
5 แดเนียล แอ็กเกอร์ กองหลัง เดนมาร์ค 12/12/1984 Daniel Agger
6 หลุยส์ อัลเบร์โต้ ศูนย์หน้า สเปน 28/9/1992 Luis Alberto
7 หลุยส์ ซัวเรซ ศูนย์หน้า อุรุกวัย 24/1/1987 Luis Suárez
8 สตีเว่น เจอร์ราร์ด มิดฟิลด์ อังกฤษ 30/5/1980 Steven Gerrard
9 เอียโก้ อาสปาส ศูนย์หน้า สเปน 1/8/1987 Iago Aspas
10 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์ บราซิล 12/6/1992 Coutinho
11 -




12 วิคเตอร์ โมเซส มิดฟิลด์ ไนจีเรีย 12/12/1990 Victor Moses ยืมจาก เชลซี
13 -




14 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์ อังกฤษ 17/6/1990 Jordan Henderson
15 แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ศูนย์หน้า อังกฤษ 1/9/1989 Daniel Sturridge
16 เซบาสเตียน โคอาเตส กองหลัง อุรุกวัย 7/10/1990 Sebastián Coates
17 มามาดู ซาโก้ กองหลัง ฝรั่งเศส 13/2/1990 Mamadou Sakho
18 -




19 -




20 อาลี ซิสโซโก้ กองหลัง ฝรั่งเศส 15/9/1987 Aly Cissokho ยืมจาก บาเลนเซีย
21 ลูคัส เลวา มิดฟิลด์ บราซิล 9/1/1987 Lucas Leiva
22 ซิมง มิโญเล่ต์ ผู้รักษาประตู เบลเยี่ยม 6/3/1988 Simon Mignolet
23 -




24 โจ อัลเลน มิดฟิลด์ เวลล์ 14/3/1990 Joe Allen
25 โฆเซ่ เปเป้ เรน่า ผู้รักษาประตู สเปน 31/8/1982 José Reina Paez นาโปลี ยืม 1 ปี
26 ติอาโก้ อิลอริ กองหลัง โปรตุเกส 26/2/1993 Tiago Ilori
27 -




28 -




29 ฟาบิโอ บอรินี่ ศูนย์หน้า อิตาลี 23/3/1991 Fabio Borini ซันเดอร์แลนด์ ยืม 1 ปี
30 เฟอร์นานเดซ ซูโซ่ มิดฟิลด์ สเปน 19/11/1993 Suso อัลเมเรีย ยืม 1 ปี
31 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง มิดฟิลด์ อังกฤษ 8/12/1994 Raheem Sterling
32 -




33 จอร์ดอน ไอบี้ มิดฟิลด์ อังกฤษ 8/12/1995 Jordon Ibe
34 มาร์ติน เคลลี่ กองหลัง อังกฤษ 27/4/1990 Martin Kelly
35 คอนเนอร์ โคดี้ กองหลัง อังกฤษ 25/2/1993 Conor Coady เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืม 6 เดือน
36 ซาเหม็ด เยซิล ศูนย์หน้า เยอรมัน 25/5/1994 Samed Yeşil
37 มาร์ติน สเคอร์เทล กองหลัง สโลวาเกีย 15/12/1984 Martin Skrtel
38 จอห์น ฟลานาแกน กองหลัง อังกฤษ 11/1/1993 John Flanagan
39 -




40 -




41 -




42 -




43 ไรอัน แม็คลาฟลิน กองหลัง ไอร์แลนด์เหนือ 30/9/1994 Ryan McLaughlin
44 -




45 สตีเฟ่น ซาม่า มิดฟิลด์ เยอรมัน 5/3/1993 Stephen Sama
46 -




47 อันเดร วิสดอม กองหลัง อังกฤษ 9/5/1993 Andre Wisdom
48 เจอร์โรม ซินแคลร์ ศูนย์หน้า อังกฤษ 20/9/1996 Jerome Sinclair
49 แจ็ค โรบินสัน กองหลัง อังกฤษ 1/9/1993 Jack Robinson แบล็คพูล ยืม  1 ปี
50 อดัม มอร์แกน ศูนย์หน้า อังกฤษ 24/4/1994 Adam Morgan
51 ลอยด์ โจนส์ กองหลัง อังกฤษ 7/10/1995 Lloyd Jones
52 แดนนี่ วอร์ด ผู้รักษาประตู เวลล์ 22/6/1993 Denny Ward
- อุสซาม่า อัสไซดี้ มิดฟิลด์ โมร็อคโค 15/8/1988 Oussama Assaidi สโต๊ค ซิตี้ ยืม 1 ปี
- สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง มิดฟิลด์ อังกฤษ 22/7/1984 Stewart Downing ย้ายไป เวสต์แฮม
- เจย์ สเปียริ่ง มิดฟิลด์ อังกฤษ 25/11/1988 Jay Spearing ย้ายไป โบลตัน
- จอนโจ เชลวี่ย์ มิดฟิลด์ อังกฤษ 27/2/1992 Jonjo Shelvey ย้ายไป สวอนซี ซิตี้
- ดาเนียล ปาเชโก้ ศูนย์หน้า สเปน 5/1/1991 Daniel Pacheco ย้ายไป อัลคอลคอน
-








เกียรติประวัติสโมสร ลิเวอร์พูล

แชมป์ดิวิชั่น 1 หรือ แชมป์ลีกสูงสุด 18 ครั้ง ( มากครั้งที่สุดในอังกฤษ )

.. 1900-01 , 1905-06 , 1921-22 , 1922-23 , 1946-47 , 1963-64 , 1965-66 , 1972-73 , 1975-76 1976-77 , 1978-79 , 1979-80 , 1981-82 , 1982-83 , 1983-84 , 1985-86 , 1987-88 , 1989-90

แชมป์ ดิวิชั่น 2 หรือแชมป์รองลงมากจากลีกสูงสุด 4 ครั้ง

1893-94 , 1895-96 , 1904-05 , 1961-62

แชมป์ ลีก แลงค์คาเชียร์ 1 ครั้ง

1892-93

แชมป์ เอฟเอ คัพ 7 ครั้ง

1964-65 , 1973-74 , 1985-86 , 1988-89 , 1991-92 , 2000-01 , 2005-06

แชมป์ลีก คัพ ( บอลถ้วยรองจาก เอฟเอ คัพ ) 7 ครั้ง

1980-81 , 1981-82 , 1982-83 , 1983-84 , 1994-95 , 2000-01 , 2002-03

แชริตี้ ชิลด์ ( บอลการกุศล ก่อนเปิดฤดูกาล ) 15 ครั้ง

1964* , 1965* , 1966 , 1974 , 1976 , 1977* , 1979 , 1980 , 1982 , 1986* , 1988

* หมายถึง ครองแชมป์ร่วมกัน

ยูโรเปี้ยนคัพ หรือ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก 5 ครั้ง

1976-77 , 1977-78 , 1980-81 , 1983-84 , 2004-05

ยูฟ่า คัพ 3 ครั้ง

1972-73 , 1975-76 , 2000-01

ยูโรเปี้ยน ซุปเปอร์คัพ ( ผู้ชนะ ของแชมป์ยูฟ่า คัพและแชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพ มาแข่งกัน ) 1977 , 2001 , 2005

ซุปเปอร์คัพ 1 ครั้ง

1985-86

คาร์ลเบิกส์ โทรฟี่ 3 ครั้ง

1997-98 , 1998-99 , 1999-2000

ทีมสำรอง ดิวิชั่น 1 ... 16 ครั้ง

1956-57 , 1968-69 , 1969-70 , 1970-71 , 1972-73 , 1973-74 , 1974-75 , 1975-76 , 1976-77 , 1978-79 , 1980-81 , 1981-82 , 1983-84 , 1984-85 , 1989-90 , 1999-2000

เอฟเอ ยูธ คัพ 2 ครั้ง

1995-96 , 2005-06